ททท.ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำปี 2560

กันยายน 29, 2560 12:27 am โดย sakonguide.com
0
108

ททท.ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำปี 2560
วันที่ 28 กันยายน – 6 ตุลาคม 2560
สืบสานประเพณีไหลเรือไฟ


น้อมเกล้าฯ ถวายอาลัยพ่อหลวง
ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีของชาวอีสาน ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “เฮือไฟ” จัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทของพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที โดยมีประวัติความเป็นมาดังนี้ กล่าวคือพระพุทธเจ้าเสด็จไปฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค พระพุทธองค์ได้แสดงธรรมเทศนาโปรดพญานาคที่เมืองบาดาล และพญานาคได้ทูลขอพระพุทธองค์ประทับรอบพระบาทไว้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที ต่อมาบรรดาเทวดา มนุษย์ ตลอดจนสัตว์ทั้งหลายได้มาสักการบูชา รอยพระพุทธบาท นอกจากนี้ประเพณีไหลเรือไฟยังจัดขึ้นเพื่อขอขมาลาโทษแม่น้ำที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูล และเป็นการเอาไฟเผาความทุกข์ให้ลอยไปกับสายน้ำ นิยมปฏิบัติกันในเทศกาลออกพรรษา ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ประเพณีไหลเรือไฟ มีความเชื่อเกี่ยวโยง สัมพันธ์กับข้อมูลความเป็นมาหลายประการ เช่น เนื่องจากการบูชารอยพระพุทธบาท การสักการะพกาพรหม การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี การระลึกถึงพระคุณ ของพระแม่ คงคา เป็นต้น
ในปี 2560 นี้ ททท.สำนักงานนครพนม ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำปี 2560
วันที่ 28 กันยายน – 6 ตุลาคม 2560 ณ บริเวณเขื่อนริมโขงหน้าเมืองนครพนม และ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพน
โดย ระหว่างวันที่ 28 ก.ย.- 6 ต.ค. 60 ตระการตากับการไหลเรือไฟโชว์ เรือไฟวิทยาศาสตร์ กระทงสาย (ไข่พญานาค) ในแม่น้ำโขง ทุกคืน พร้อมชมซุ้มนิทรรศการเรือไฟ ของแต่ละอำเภอ ชมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP ขึ้นชื่อของแต่ละอำเภอ
วันที่ 30 ก.ย. – 2 ต.ค. 60 ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นเมืองนครพนม อิ่มอร่อยกับซุ้มอาหารเวียดนาม ณ บริเวณลานพนมนาคา
วันที่ 2 – 4 ต.ค. 60 ชมการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าวัดพระอินทร์แปลง
วันที่ 4-5 ต.ค. 60 ร่วมกิจกรรม “ไหลเรือไฟโบราณ น้อมอาลัยถวายพ่อ” ณ บริเวณหน้าวัดโพธิ์ศรี (เวลา 17.00 น.)
วันที่ 5 ต.ค. 60 (วันออกพรรษา) ชมมหกรรมไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม น้อมเกล้าฯ ถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ถวายพระพรชัย รัชกาลที่ 10 ( เวลา 18.00 น. ) เป็นต้นไป โดยในปีนี้ยังมีกิจกรรม อีกหลายอย่าง เช่น
– ชมพิธีรำบูชาพระธาตุพนม ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม (เริ่มเวลา 09.00 น.)
– ชมขบวนแห่ไฟพระฤกษ์ เรือไฟบกแห่ปราสาทผึ้ง ของชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ถ.อภิบาลบัญชา (เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป ) ร่วมงานพาแลงริมฝั่งโขง พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ณ บริเวณลานตะวันเบิกฟ้า
วันที่ 6 ตุลาคม 2560 ขอเชิญทุกท่านร่วมพิธีตักบาตรเทโว พร้อมกันเวลา 06.30 น. ณ บริเวณลานพนมนาคา
————————–—-
ททท.ขอเชิญเที่ยวงาน ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2560
วันที่ 2 – 5 ตุลาคม 2560

สืบสานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง สัมผัสดินแดน 3 ธรรม
ธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม
ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งเป็นประเพณียิ่งใหญ่ประจำปีของชาวสกลนคร ที่เกิดจากความเชื่อ และศรัทธาผสาน ภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สรรค์สร้างงานปะติมากรรมออกมาได้อย่างงดงาม การทำปราสาทผึ้งมีคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ในครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในวันปวารณาออกพรรษา พระพุทธเจ้าตรัสอำลาพระอินทร์ เพื่อเสด็จลงสู่เมืองมนุษย์ พระอินทร์จึงเนรมิตบันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้วมณี ให้พระองค์ได้เสด็จลง เทวดา มนุษย์ ครุฑ นาค สัตว์นคร ต่างชื่นชมในพระบารมีของพระพุทธเจ้า และเกิดความเลื่อมใสในบุญกุศลอย่างยิ่ง เกิดจินตนาการการมองเห็นปราสาทวิมานสวยงาม ใคร่อยากไปอยู่ แล้วจึงรู้ชัดว่าการที่จะไปอยู่ในปราสาทสวยงาม ได้นั้น จะต้องสร้างบุญสร้างกุศล ประพฤติปฏิบัติอยู่ในหลักธรรม จากนั้นจึงพากันคิด สร้างสรรค์ทำปราสาทให้มี ลักษณะคล้ายปราสาทราชมณเฑียรบนสวรรค์ชั้นวิมาน ลวดลายวิจิตรสวยงาม นอกจากนั้นการทำปราสาทผึ้งยัง มีความเชื่อว่าเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อร่วมกันทำบุญสร้างกุศลร่วมกันในช่วง เทศกาลออกพรรษา
นายสุหฤทธิ์ ชาญวนังกูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม กล่าวว่า งานประเพณี แห่ปราสาทผึ้ง จัดขึ้นในช่วงออกพรรษา ระหว่างวันขึ้น 12 – 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งในช่วงก่อนออกพรรษา นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมงานพุทธศิลป์ผ่านภูมิปัญญาชาวสกลนครในการแกะสลักลวดลายบนขี้ผึ้งร้อยเรียงเป็นปราสาทผึ้งที่งดงามเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และสัมผัสวิถีการทำปราสาทผึ้งของแต่ละคุ้มวัดต่างๆ ได้ตามวัดที่อยู่ในเขตเทศบาลนครสกลนคร สำหรับวันขึ้น 14 ค่ำ (วันที่ 4 ตุลาคม 2560 ) จะเป็นวันแห่ขบวนปราสาทผึ้งที่ตกแต่งอย่างวิจิตรสวยงามของคุ้มวัดต่าง ๆ แห่ไปตามถนน สุขเกษม ในเขตเทศบาลนครสกลนคร ไปสู่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร และ เคลื่อนขบวนปราสาทผึ้งมาตั้งไว้ ณ สนามมิ่งเมือง เพื่อเป็นพุทธบูชา และนำปราสาทผึ้งของตนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ประดับโคมไฟหลากสีมาตั้งประกวดแข่งขันกัน เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมกับความสวยงามอย่างใกล้ชิดและเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมและความเจริญรุ่งเรืองของดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาของชาวสกลนครไว้ได้เป็นอย่างดี
ททท.สำนักงานนครพนม ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ประจำปี 2560 วันที่ 2 – 5 ตุลาคม 2560
ชมขบวนแห่อันวิจิตรงดงามได้ในวันที่ 4 ตุลาคม 2560 ณ บริเวณ ถนนสุขเกษม และสนามมิ่งเมืองสกลนคร เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป และในช่วงก่อนงานจนถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2560 สามารถชื่นชมงานแกะสลักขี้ผึ้งที่วิจิตรงดงามได้ตามคุ้มวัดต่างๆในเขตเทศบาลนครสกลนคร
————————–
ททท. เชิญร่วมงาน
“ปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน” จังหวัดมุกดาหาร 2560
ร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณี“ปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน”ระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 2560
ณ วัดมัชฌิมาวาส อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

จังหวัดมุกดาหาร โดย สมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร เทศบาลตำบลดอนตาล ร่วมกับ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมท่องเที่ยววิถีไทย สัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรม ร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณีการทำจุลกฐิน“ปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน” จังหวัดมุกดาหาร ระหว่างวันที่ 6 – 8 ตุลาคม 2560 ณ วัดมัชฌิมาวาส อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร
“จุลกฐิน” หรือ “กฐินแหล่น”เป็นการทำกฐินที่ต้องทำด้วยการรีบด่วน โดยอาศัยความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจความสามัคคี เพื่อทำผ้ากฐินให้สำเร็จเสร็จสิ้นภายในวันเดียว โดยมีขั้นตอนเริ่มตั้งแต่พิธีบวชชีพราหมณ์ เพื่อความบริสุทธิ์ของดอกฝ้าย การเก็บดอกฝ้ายโดยสาวพรมจารี ก่อนทำพิธีมอบดอกฝ้ายและนำสู่ขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การคัดแยกฝ้าย การอิ้ว การดีด การล้อฝ้าย การเข็น การเปีย การฆ่าฝ้าย การย้อมสี การกวักฝ้าย ค้นหูก สืบหูก จนถึงขั้นตอนการทอให้เป็นผืนผ้าให้เสร็จ ทันภายในเช้าวันรุ่งขึ้น และทอดถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ “กรานกฐิน”
มูลเหตุของการทำจุลกฐินเกิดจากในสมัยก่อนที่จะต้องทอดกฐินให้สำเร็จทันตามกำหนดเวลาคือในวันสิ้นสุดเขตกฐิน (ระหว่างวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จนถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12) จึงต้องรีบเร่งจัดหาผ้ากฐินเพื่อให้เสร็จตามกำหนดเวลาพระวินัยบัญญัติ ถือเป็นประเพณีโบราณที่เชื่อว่าจะได้รับอานิสงส์บุญมากเกิดความเป็นสิริมงคลในชีวิตและครอบครัว เพราะการทำจุลกฐินต้องใช้ความอุตสาหพยายามกว่ากฐินแบบธรรมดาเพื่อให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอันจำกัด
นายสุหฤทธิ์ ชาญวนังกูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม กล่าวว่า ชาวอำเภอดอนตาลซึ่งเป็นชาวไทกะเลิง ได้สืบสานประเพณีการทำจุลกฐินเป็นประจำทุกปี ในช่วงทำบุญทอดกฐินหลังวันออกพรรษา โดยในปีนี้ ได้กำหนดจัดงาน “ปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน” มุกดาหาร ขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 2560 ณ วัดมัชฌิมาวาส อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร โดยนักท่องเที่ยวสามารถมาร่วมงานและชมการทำจุลกฐิน ร่วมเก็บดอกฝ้ายใส่กระหยั๋ง ร่วมขบวนแห่จุลกฐินที่อิ่มบุญอิ่มใจ และถวายผ้าจุลกฐินร่วมกับชาวดอนตาล โดยภายในงานนอกจากจะมีพิธีการทำจุลกฐินแล้ว ยังมีพิธีไหลเรือไฟโบราณสะเดาะห์ มีพิธีขอขมา และจุดไฟในเรือก่อนไหลเรือไฟลงสู่แม่น้ำโขง เชื่อกันว่าเพื่อเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท ถือเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าในวันมหาปวารณาออกพรรษา เป็นการขอขมาพระแม่คงคา แม่น้ำโขง ณ บริเวณเขื่อนริมแม่น้ำโขงอำเภอดอนตาล
การทำเรือไฟโบราณจะทำจากกาบกล้วยยาวประมาณ 2 เมตร ตกแต่งด้วยธงทิว ดอกไม้ ของไหว้ขอขมา อาทิ หมากพลู ปั้นข้าวเหนียว ข้าวต้มมัด ผลไม้ อาหารคาวหวาน โดยมีความเชื่อและถือปฏิบัติของผู้ที่มาร่วมพิธีให้ ตัดเล็บ ตัดผม บริจาคปัจจัย วางไว้ในเรือไฟ เชื่อว่าเพื่อเป็นการขอขมาลาโทษ สะเดาะเคราะห์ให้ชีวิตหมดเคราะห์หมดโศกหายจากโรคภัย ให้ไหลไปสายน้ำและมอดไหม้ไปกับเปลวไฟ นอกจากนั้นยังมีงานพาแลง รับประทานอาหารแบบพื้นเมืองพร้อม ชมการแสดงศิลปะพื้นบ้านลำพญาดอนตาล และยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวไทกะเลิงในสไตล์ลึกซึ้งอีกด้วย
————————–——–
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม โทร 042-513490-1
E-mail tatphnom@tat.or.th Websitewww.tatsanuk.blogspot.com
ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ facebook.com/tatnakhonphanom facebook fanpage : ททท.สำนักงานนครพนม
————————–

Tags: , , ,


แสดงความคิดเห็น